วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2556

แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียน คำถามท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 1


1.จงให้ความหมายขอคำว่าเทคโนโลยีและคำว่าสารสนเทศ
ตอบ เทคโนโลยี หมายถึง การนำเอาวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในวงการต่างๆ โดยทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลที่ได้รับการตีความ จำแนกแจกแจง จัดหมวดหมู่ หรือประมวลผลจนมีสาระอยู่ในตัวมันเอง สามารถสื่อความหมายให้เกิดการเข้าใจกับผู้ที่ต้องการใช้ข้อมูลนั้น

2.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหมายถึงอะไร
ตอบ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หมายถึง เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับข่าวสาร ข้อมูลและการสื่อสาร นับตั้งแต่การสร้าง การนำมาวิเคราะห์หรือประมวลผล การรับและส่งข้อมูล การจัดเก็บและการนำไปใช้งานใหม่ เทคโนโลยีเหล่านี้มักจะหมายถึง คอมพิวเตอร์ ซึ่งประกอบด้วยส่วนอุปกรณ์ (hardware) ส่วนคำสั่ง (software) และส่วนข้อมูล (data) และ ระบบการสื่อสารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ ระบบสื่อสารข้อมูล ดาวเทียมหรือเครื่องมือสื่อสารใด ๆ ทั้งมีสายและไร้สาย 

3.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเกิดขึ้นได้อย่างไร
ตอบ  เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Technologies –ICT) เกิดจาก ในปัจจุบันกระแสโลกยุคโลกาภิวัฒน์แผ่อิทธิพลไปทั่วโลกทำให้โลกได้รับข้อมูลข่าวสาร สามารถเชื่อมโยงกันได้แบบเครือข่ายหรือใยแมงมุมได้ทั่วทุกมุมโลก โดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการสื่อสาร เช่น ดาวเทียม โทรศัพท์ เป็นต้น นำมาผสมผสานกันเพื่อให้เกิดความสะดวกในการสื่อสาร มีความรวดเร็วมากขึ้น เราจึงเรียกกระบวนการนี้ว่า  เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(Information and Communication Technologies –ICT)  

4.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีความเป็นมาหรือพัฒนาการโดยย่ออย่างไร
ตอบ  เทคโนโลยีสารสนเทศกำลังเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวัน สังเกตได้จากการนำคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลมาใช้ในสำนักงาน การจัดทำระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ การใช้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แสดงว่า เทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์ เพื่อการคำนวณและเก็บข้อมูลได้แพร่ไปทั่วทุกแห่ง เทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทสำคัญต่อการแข่งขันด้านธุรกิจและการขยายตัวของบริษัท มีผลต่อการให้บริการขององค์การและหน่วยงาน และมีผลต่อการประกอบกิจในแต่ละวัน
   เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเข้ามามีบทบาทอย่างมากในปัจจุบัน ช่วยให้ความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันของเราสะดวกสบายมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับยุคก่อน การเดินทางและการติดต่อสื่อสารทำได้ง่ายขึ้น มีการนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในงานแทบทุกสาขาอาชีพ ซึ้งส่งผลให้วิทยาการต่างๆเจริญก้าวหน้าและทันสมัยอย่างรวดเร็ว

5.ระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence :AI) หมายถึงอะไรและมีส่วนประกอบที่สำคัญอย่างไร
ตอบ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ เอไอ (AI) หมายถึงความฉลาดเทียมที่สร้างขึ้นให้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิต ปัญญาประดิษฐ์เป็นสาขาหนึ่งในด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และวิศวกรรมเป็นหลัก แต่ยังรวมถึงศาสตร์ในด้านอื่นๆอย่างจิตวิทยา ปรัชญา หรือชีววิทยา ซึ่งสาขาปัญญาประดิษฐ์เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการการคิด การกระทำ การให้เหตุผลการปรับตัว หรือการอนุมาน และการทำงานของสมอง แม้ว่าดังเดิมนั้นเป็นสาขาหลักในวิทยาการคอมพิวเตอร์ แต่แนวคิดหลายๆ อย่างในศาสตร์นี้ได้มาจากการปรับปรุงเพิ่มเติมจากศาสตร์อื่นๆ เช่น
  • การเรียนรู้ของเครื่อง นั้นมีเทคนิคการเรียนรู้ที่เรียกว่า การเรียนรู้ต้นไม้ตัดสินใจ ซึ่งประยุกต์เอาเทคนิคการอุปนัยของ จอห์น สจวร์ต มิลล์ นักปรัชญาชื่อดังของอังกฤษ มาใช้
  • เครือข่ายประสาทเทียมก็นำเอาแนวคิดของการทำงานของสมองของมนุษย์ มาใช้ในการแก้ปัญหาการแบ่งประเภทของข้อมูล และแก้ปัญหาอื่นๆ ทางสถิติ เช่น การวิเคราะห์ความถดถอยหรือ การปรับเส้นโค้ง
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัจจุบันวงการปัญญาประดิษฐ์ มีการพัฒนาส่วนใหญ่โดยนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ อีกทั้งวิชาปัญญาประดิษฐ์ ก็ต้องเรียนที่ภาควิชาคอมพิวเตอร์ของคณะวิทยาศาสตร์หรือคณะวิศวกรรมศาสตร์ เราจึงถือเอาง่าย ๆ ว่า ศาสตร์นี้เป็นสาขาของวิทยาการคอมพิวเตอร์นั่นเอง
6.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีความสำคัญหรือมีประโยชน์อย่างไร
ตอบ ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ทำให้มีการพัฒนาคิดค้นสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่อการดำรงชีวิตเป็นอันมาก  เทคโนโลยีได้เข้ามาเสริมปัจจัยพื้นฐานการดำรงชีวิตได้เป็นอย่างดี  เทคโนโลยีทำให้การสร้างที่พักอาศัยมีคุณภาพมาตรฐานสามารถผลิตสินค้าและให้บริการต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์มากขึ้น เทคโนโลยีทำให้ระบบการผลิตสามารถผลิตสินค้าได้เป็นจำนวนมาก  มีราคาถูกลง  สินค้าได้คุณภาพ เทคโนโลยีสารสนเทศซึ่งให้บริการด้านข้อมูล  ข่าวสารด้วยกลไกอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้มีการติดต่อสื่อสารกันได้สะดวก  รวดเร็วตลอดเวลา  จะเห็นว่าชีวิตปัจจุบันเกี่ยวข้อง กับเทคโนโลยีเป็นอันมาก  ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการทำงาน 
7.สารสนเทศที่ดีและมีประโยชน์ควรมีลักษณะอย่างไร
ตอบ สารสนเทศที่ดีและมีประโยชน์ในการใช้งานควรมีลักษณะดังนี้
ด้านเนื้อหา
- ความสมบูรณ์ครอบคลุม
- ความสัมพันธ์กับเรื่อง
- ความถูกต้อง
- ความเชื่อถือได้
- การตรวจสอบได้
ด้านรูปแบบ
- ชัดเจน
- ระดับรายละเอียด
- รูปแบบการนำเสนอ
- สื่อการนำเสนอ
- ความยืดหยุ่น
ด้านประสิทธิภาพ
- ประหยัด
- เวลา
- ความเร็วและทันต่อเหตุการณ์
- การปรับปรุงให้ทันสมัย
- มีระยะเวลา
ด้านกระบวนการ
- ความสามารถในการเข้าถึง
- การมีส่วนร่วม
- มีระยะเวลา

8.จงยกตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
ตอบ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ใช้ในชีวิตประจำวัน มีอยู่มากมายหลายอย่าง เพื่อการแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นหรือการรับรู้ข้อมูลข่าวสารในชีวิตประจำวันด้วยสื่อต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์  วิทยุโทรทัศน์ โทรศัพท์  โทรสารล้วนเป็นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคโนโลยีเครื่องกลหรือกลไก เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก เช่น การถอนเงินจากเครื่องจ่ายเงินอัตโนมัติ  การจ่ายค่าโดยสารรถไฟฟ้าผ่านบัตรแถบแม่เหล็ก เป็นต้น

9.จงอธิบายกระแสโลกาภิวัฒน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในปัจจุบัน
ตอบ กระแสโลกาภิวัฒน์  ของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในปัจจุบันช่วยให้ความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันของเราสะดวกสบายมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับยุคก่อนการเดินทางและติดต่อสื่อสารระหว่างกันสามารถทำได้ง่ายขึ้น มีการนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้งาน  ในทุกสาขาอาชีพ เช่น  การสื่อสาร  การธนาคาร  การบิน วิศวกรรม  สถาปัตยกรรม  การแพทย์  การศึกษา  หรือการเรียนการสอน  ซึ่งส่งผลให้วิทยาการต่างๆเจริญก้าวหน้าและทันสมัยอย่างรวดเร็ว  การติดตามข่าวสารที่เกิดขึ้นในส่วนต่างๆของโลกได้ทันเหตุการณ์   สามารถรับรู้ข่าวสารข้อมูลในเวลาเดียวกันได้ทั้งที่อยู่ห่างไกลกันคนละสถานที่  เช่น การถ่ายทอดสด  การเสนอข่าวเหตุการณ์สำคัญ  รายการแข่งขันกีฬา การถ่ายทอดสัญญาณผ่านระบบดาวเทียมจากประเทศต่างๆ  การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์พิมพ์รายงาน สร้างภาพกราฟิก  เก็บข้อมูล   สืบค้นข้อมูล   ฟังเพลง   รวมถึงการประยุกต์ใช้  ในการเรียนการสอน  จึงนับได้ว่าคอมพิวเตอร์เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญ ต่อการดำรงชีวิต การศึกษา และการเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศจะช่วยให้สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ให้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาในทุกๆ ด้าน ช่วยส่งเสริมทักษะ  และสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลิน  ไปพร้อมๆ กัน

10.จงกล่าวถึงบทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทั้งในด้านประโยชน์และโทษที่มีต่อผู้ใช้และสังคม
ตอบ 
ข้อดีของเทคโนโลยีสารสนเทศ
-       เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Operation Efficiency)
-       เพิ่มผลผลิต (Function Effectiveness)
-       เพิ่มคุณภาพบริการลูกค้า (Quality Customer Service)
-      ผลิตสินค้าใหม่และขยายผลผลิต (Product Creation and Enhancement)
-      สามารถสร้างทางเลือกเพื่อแข่งขันได้ (Altering the basic of competition)
-      สร้างโอกาสทางธุรกิจ (Identifying and Exploiting Business Opportunities)
-     ดึงดูดลูกค้าและป้องกันคู่แข่ง (Client Lock-In/Competitor Lock-Out)จากเป้าหมายทั้ง7ประการของเทคโนโลยีสารสนเทศถ้าสามารถดำเนินการได้ตามเป้หมายดังกล่าวก็ถือได้ว่าเป็นข้อดีของเทคโนโลยีสารสนเทศระบบนี้ได้ทั้งหมด
ข้อเสียของเทคโนโลยีสารสนเทศ
-    วงจรชีวิตของระบบสารสนเทศ เป็นระบบที่มีวงจรชีวิตค่อนข้างจำกัด อาจจะอธิบายได้ว่า เนื่องจาการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี รวมทั้งสภาพทางเศรษฐกิจและธุรกิจ เช่น ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนระบบสารสนเทศไปด้วยหรือ การเปลี่ยนแปลงความต้องการของผู้บริหาร ก็อาจจะต้องเปลี่ยนระบบสารสนเทศไปด้วย

-  ลงทุนสูง เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือที่มีราคาแพง และส่วนมากไม่อาจจะนำไปใช้ได้ทันที แต่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจเสียก่อนจึงจะใช้ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

-   ก่อให้เกิดช่องว่าง (Gap) เทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้เกิดช่องว่างในการรับข่าวสารระหว่างคนจนกับคนรวย

วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ให้นักศึกษาเขียนระบบการสอนวิชาใดก็ได้ มา 1 วิชาในสาขาสังคมศึกษา 1 ระบบ ตามหลัก IPO .ในแต่ละองค์ประกอบให้นักศึกษาอธิบายรายละเอียดแต่ละองค์ประกอบนั้นๆมาด้วย


                                                    แผนกิจกรรมการศึกษา
วิธีการทางสังคมศาสตร์ ตลอดจนตระหนักถึงความสำคัญของสังคมศาสตร์ที่มีต่อสังคม
การพัฒนาหลักสูตรสังคมศึกษาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
การเปลี่ยนแปลงทางสังคม
การสอนวิชาสังคมศึกษา เพื่อนำมาใช้พัฒนาการเรียนการสอนในห้องเรียนให้มีประสิทธิภาพ
                               สังคมศึกษา
ชุดวิชา  22713  สารัตถะและวิทยวิธีทางวิชาสังคมศึกษา
(Foundations and Methodologies in Social Studies Education)

1.  รายละเอียดชุดวิชา
1.1  คำอธิบายชุดวิชา
ปรัชญา ธรรมชาติ โครงสร้าง และเนื้อหาสาระของสังคมศาสตร์ การพัฒนาวิธีการทางสังคมศาสตร์ การประยุกต์เนื้อหาสาระของสังคมศาสตร์ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาหลักสูตรสังคมศึกษา ปัจจัยที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่มีผลต่อการเป็นพลวัตของวิชาสังคมศึกษา แนวทางการพัฒนาหลักสูตรสังคมศึกษา การจัดระบบการเรียนการสอน การเลือกวิธีการสอน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และการเลือกใช้สื่อการเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษา การประเมินผลการเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษา รวมทั้งการศึกษาและติดตามความเคลื่อนไหวและแนวโน้มของวิชาสังคมศึกษาทั้งในและต่างประเทศ

1.2  วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปรัชญา ธรรมชาติ โครงสร้าง เนื้อหาสาระ และ
2.  เพื่อให้สามารถวิดเคราะห์แนวคิด และเนื้อหาสาระของสังคมศาสตร์ อันจะนำไปสู่
3.  เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนสามารถวิเคราะห์ลักษณะที่เป็นพลวัตของสังคมศึกษา  และสามารถปรับเปลี่ยนหลักสูตรและวิธีการสอนที่เหมาะสอนและสอดคล้องกับ
4.  เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนสามารถจัดระบบการเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษา การเลือกวิธีการสอน การจัดกิจกรรม และสื่อการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับระดับของผู้เรียน
5.  เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนติดตามความสำคัญและแนวโน้มของการเรียน

1.3  รายชื่อหน่วยการสอน
หน่วยที่  1             สังคมศาสตร์กับสังคมศึกษา
หน่วยที่  2             ภูมิศาสตร์กับการประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนสังคมศึกษา
หน่วยที่  3             เศรษฐศาสตร์กับการประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนสังคมศึกษา
หน่วยที่  4             ประวัติศาสตร์กับการประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนสังคมศึกษา
หน่วยที่  5             จริยศาสตร์กับการประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนสังคมศึกษา
หน่วยที่  6             สังคมวิทยา – มานุษยวิทยากับการประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน
หน่วยที่  7             รัฐศาสตร์กับการประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนสังคมศึกษา
หน่วยที่  8             สิ่งแวดล้อมศึกษากับการประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนสังคมศึกษา
หน่วยที่  9             ระบบการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนสังคมศึกษา
หน่วยที่  10          พลวัตของสังคมศึกษาและแนวทางการพัฒนาหลักสูตรสังคมศึกษา
หน่วยที่  11          การพัฒนาการเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษา  (1)
หน่วยที่  12          การพัฒนาการเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษา  (2)
หน่วยที่  13          สื่อกับการพัฒนาการเรียนการสอนสังคมศึกษา 
หน่วยที่  14          การประเมินการเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษา 
หน่วยที่  15          การพัฒนาวิชาชีพครูสังคมศึกษา

2.  วิธีการศึกษาชุดวิชา
ในการศึกษาชุดวิชา  22713  สารัตถะและวิทยวิธีทางวิชาสังคมศึกษา ซึ่งเป็นวิชาเฉพาะของวิชาเอกมัธยมศึกษา แขนงวิชาหลักสูตรและการสอน คณะกรรมการผลิตและบริหารชุดวิชาได้กำหนดวิธีการศึกษา
ชุดวิชาจากสื่อการศึกษาต่าง ๆ ดังนี้
ก.   แผนกิจกรรมการศึกษา
ข.   แนวการศึกษา
ค.   ประมวลสาระชุดวิชา
ง.    การสัมมนาเสริม
สื่อการศึกษาต่าง ๆ เหล่านี้จะมีทั้งที่นักศึกษาจะต้องศึกษาด้วนตนเอง และการเข้ากลุ่มสัมมนา
ซึ่งจะขอแนะนำวิธีการศึกษา เพื่อเป็นแนวให้นักศึกษาปฏิบัติดังต่อไปนี้
2.1  การเตรียมตัวของนักศึกษา
ระบบการเรียนการสอนในระดับบัณฑิตศึกษาของมหาวิทาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เป็นระบบการศึกษาทางไกล (Distance Education)  ซึ่งการเรียนการสอนตามระบบนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า
การเรียนรู้นั้นจะเกิดขึ้นที่ไหน เมื่อใด ก็ย่อมได้ มิได้จำกัดอยู่ที่เวลา สถานที่ และโอกาส  ดังนั้นในการเรียนการสอนระบบนี้นักศึกษาจะต้องศึกษาหาความรู้และทำความเข้าใจจากสื่อต่าง ๆ ที่มหาวิทยาลัยกำหนดให้อย่างมีระบบคือ นักศึกษาจะต้องกำหนดขั้นตอน เวลาที่จะใช้ในการศึกษาว่าควรจะเป็นอย่างไร และที่สำคัญนักศึกษาจะต้องมีระเบียบวินัยในตนเอง สามารถควบคุมและบังคับตนเองให้ศึกษาและกระทำกิจกรรมตามที่กำหนดให้อย่างครบถ้วน ซึ่งในการนี้นักศึกษาจะต้องเตรียมตัว และจัดสภาพแวดล้อมของตัวนักศึกษาเองให้เอื้อต่อการศึกษาดังนี้
2.1.1  วางแผนศึกษาชุดวิชา  22713  สารัตถะและวิทยวิธีทางสังคมศึกษา  โดยประมวลกิจกรรมที่จะต้องปฏิบัติในระยะเวลาที่นักศึกษาจะต้องศึกษาด้วยตนเองตลอดภาคการศึกษาที่  2/2545  ตั้งแต่วันที่16  ธันวาคม  2545  ถึง  25  เมษายน  2546  ซึ่งกิจกรรมที่จะต้องวางแผนปฏิบัติได้แก่
-  ศึกษาประมวลสาระและแนวการศึกษาของชุดวิชา  22713  สารัตถะและวิทยวิธีทางวิชาสังคมศึกษา  จำนวน  12  ชั่วโมง / สัปดาห์
-  ทำกิจกรรมตามที่กำหนด
-  วางแผนเข้ารับการสัมมนาเสริมและการสัมมนาเข้มตามวัน เวลา ที่กำหนดให้
-  ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลอื่น
2.1.2  จัดสภาพแวดล้อมทางการเรียน  นักศึกษาควรคำนึงถึงเรื่องการจัดสภาพแวดล้อมทางการเรียน ทั้งนี้เพราะสภาพแวดล้อมทางการเรียนที่เหมาะสมจะส่งผลให้นักศึกษาเรียนชุดวิชานี้ได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ ซึ่งนักศึกษาสามารถดำเนินการได้โดยลองสำรวจตนเองว่า นักศึกษาจะสามารถเรียนรู้ได้ดีที่สุด
โดยวิธีการใด ในสภาพการณ์ใด แล้วพยายามจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม ก็จะทำให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี
2.2  วิธีการศึกษา
เพื่อให้การเรียนมีประสิทธิภาพ นักศึกษาควรศึกษาประมวลสาระชุดวิชา ซึ่งเป็นเอกสาร
ที่บรรจุเนื้อหาสาระของแต่ละหน่วยการสอนอย่างละเอียด โดยศึกษาควบคู่กับแผนกิจกรรมการศึกษาและแนวการศึกษา ซึ่งจะมีลำดับการศึกษาขั้นตอนต่อไปนี้
2.2.1  ศึกษาแผนกิจกรรมการศึกษาในส่วนที่  1  รายละเอียดชุดวิชา  และส่วนที่  2 
วิธีการศึกษาชุดวิชา
2.2.2    ศึกษาประมวลสาระชุดวิชากับแนวการศึกษาควบคู่กันไป ดังรายละเอียดต่อไปนี้
1)   ศึกษาแผนผังแนวคิด แผนการสอนประจำหน่วย และทำแบบประเมินผล
ตนเองก่อนเรียน พร้อมทั้งตรวจคำตอบจากแบบเฉลยในแนวการศึกษา
2)   ศึกษาแผนการสอนประจำหน่วย และแผนการสอนประจำตอนทั้งจากประมวลสาระชุดวิชา และแนวการศึกษา
3)   ศึกษารายละเอียดของเนื้อหาสาระของแต่ละเรื่องในประมวลสาระชุดวิชา พร้อมทั้งศึกษาจากสาระสังเขปของแต่ละหัวเรื่องที่ปรากฏในแนวการศึกษา
4)   ปฏิบัติกิจกรรมที่ปรากฏในท้ายเรื่องแต่ละเรื่องในแนวการศึกษา พร้อมทั้งตรวจสอบคำตอบจากแนวตอบไปด้วย
5)   ทำแบบประเมินผลตนเองหลังเรียน ภายหลังจากศึกษาเนื้อหาในหน่วยนั้น ๆ จบแล้ว
2.2.3  ทำกิจกรรมตามงานที่คณะกรรมการผลิตและบริหารชุดวิชากำหนด รายละเอียดของงานส่วนที่  3  ของแผนกิจกรรมการศึกษา
2.2.4  ปฏิบัติตามตารางการเรียนที่กำหนดให้  ดังนี้












ตารางการเรียน  ภาคการศึกษา  2/2545

ชุดวิชา  22713  สารัตถะและวิทยวิธีทางวิชาสังคมศึกษา

สัปดาห์

หน่วยการสอน
การประเมิน
16 – 20 ธ.ค.  45
หน่วยที่  1     สังคมศาสตร์กับสังคมศึกษา

21 – 26  ธ.ค.  45
หน่วยที่  2    ภูมิศาสตร์กับการประยุกต์ใช้ใน
                      การเรียนการสอนสังคมศึกษา

27– 31  ธ.ค. 45
หน่วยที่  3     เศรษฐศาสตร์กับการประยุกต์ใช้ใน
                       การเรียนการสอนสังคมศึกษา

1 –6  ม.ค. 46
หน่วยที่  4      ประวัติศาสตร์กับการประยุกต์ใช้ใน
                       การเรียนการสอนสังคม
                       ศึกษา

7 – 12  ม.ค.  46
หน่วยที่  5     จริยศาสตร์กับการประยุกต์ใช้ใน
                       การเรียนการสอนสังคมศึกษา

13 – 18  ม.ค.  46
หน่วยที่  6     สังคมวิทยา – มานุษยวิทยากับ
                      การประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน
                      สังคมศึกษา

19 – 24  ม.ค.  46
หน่วยที่  7    รัฐศาสตร์กับการประยุกต์ใช้ใน
                     การเรียนการสอนสังคมศึกษา

25 –31 ม.ค.  46
หน่วยที่  8    สิ่งแวดล้อมศึกษากับการประยุกต์ใช้ใน
                     การเรียนการสอนสังคมศึกษา
สัมมนาเสริมครั้งที่  1
1 –2 ก.พ. 2546
9.00 – 15.00 น.
3 – 5   ก.พ.  46
หน่วยที่  9    ระบบกับการพัฒนาหลักสูตรและ
                     การเรียนการสอนสังคมศึกษา

6 - 9  ก.พ.  46
หน่วยที่  10  พลวัตของวิชาสังคมศึกษาและ
                      การเรียนการสอนสังคมศึกษา

10 – 13  ก.พ. 46
หน่วยที่  11   การพัฒนาการเรียนการสอนวิชาสังคม
                       ศึกษา     (1)

14 – 17  ก.พ. 46
หน่วยที่  12    การพัฒนาการเรียนการสอนวิชา
                      สังคมศึกษา     (2)



สัปดาห์

หน่วยการสอน
การประเมิน
18 – 22 ก.พ.  46
หน่วยที่  13   สื่อกับการพัฒนาการเรียนการสอน
                       สังคมศึกษา

23 – 28  ก.พ.  46
หน่วยที่  14    การประเมินการเรียนการสอนวิชา
                       สังคมศึกษา

1 - 7  มี.ค.  45
หน่วยที่  15   การพัฒนาวิชาชีพครูสังคมศึกษา
สัมมนาเสริมครั้งที่  2
8 – 9   มี.ค.  2546
9.00 – 15.00  น.
10  มี.ค.  -  25  เม.ย.  46
เตรียมสอบปลายภาค

26 เม.ย.  45
สอบปลายภาค  (9.00 – 12.00  น.)
ข้อสอบ  อัตนัย  6  ข้อ

                ตารางเรียนนี้เป็นเพียงข้อเสนอแนะ นักศึกษาอาจปรับได้ตามความเหมาะสม โดยยึดการสัมมนาเสริม และการสอบปลายภาคเป็นหลัก

2.3  การสัมมนา 
      ในการเรียนชุดวิชา  22713  สารัตถะและวิทยวิธีทางวิชาสังคมศึกษา นักศึกษาจะต้องเข้าร่วมการสัมมนาเสริม  2  ครั้ง  ๆ  ละ  10  ชั่วโมง  ณ  ศูนย์บริการการศึกษาที่มหาวิทยาลัยกำหนด และ
แจ้งให้นักศึกษาทราบ
       2.3.1    การสัมมนาเสริมครั้งที่  1  วันที่  1 –2   กุมภาพันธ์  2546  เนื้อหาของการสัมมนาเสริมจะอยู่ในหน่วยการสอนที่  1-8 ในหัวข้อ  “แนวคิดเกี่ยวกับสังคมศาสตร์และการประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนสังคมศึกษา”
       2.3.2  การสัมมนาเสริมครั้งที่  2  วันที่  8 -9  มีนาคม  2546  เนื้อหาของการสัมมนาเสริมจะอยู่ในหน่วยการสอนที่  9 - 15  ในหัวข้อ  “หลักสูตรกับการเรียนการสอนสังคมศึกษา”

รายละเอียดของการสัมมนาเสริมจะปรากฏในตารางของการสัมมนาเสริม ดังนี้








ตารางการสัมมนาเสริม ภาคการศึกษาที่  2/2545
ชุดวิชา  22713  สารัตถะและวิทยวิธีทางวิชาสังคมศึกษา

ครั้งที่

                       เวลา
วัน
9.00  -  9.30  น.
9.45  -  12.00  น.
13.00 – 15.00  น.
1
1  ก.พ.  46
ปฐมนิเทศชุดวิชา
สัมมนาเสริม เรื่อง “แนวคิดเกี่ยวกับสังคมศาสตร์และการประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนสังคมศึกษา”
(ผู้สอนสรุปสาระสำคัญและนำเสนอประเด็นเพื่อให้
นักศึกษาร่วมกันอภิปราย)
สัมมนาเสริมต่อ
2  ก.พ.  46
นักศึกษาเสนอ
ผลงานชิ้นที่  1
เสนอผลงาน (ต่อ)
เสนอผลงาน (ต่อ)
2
8  มี.ค.  46
ผู้สอนตอบปัญหาของนักศึกษา
เกี่ยวกับการเรียนชุดวิชา และปัญหาที่เกี่ยวกับมหาวิทยาลัย
สัมมนาเสริมเรื่อง
“หลักสูตรกับการเรียนการสอนสังคมศึกษา”

สัมมนาเสริมต่อ
9  มี.ค.  46
นักศึกษาเสนอผลงาน
เสนอผลงาน (ต่อ)
เสนอผลงาน (ต่อ)


2.4  การประเมินการศึกษา
การประเมินการศึกษา ชุดวิชา  22713  สารัตถะและวิทยวิธีทางวิชาสังคมศึกษา จะประเมิน
ในรายละเอียดดังต่อไปนี้
2.4.1  ประเมินจากการเข้าร่วมสัมมนา  และงานที่กำหนดให้ทำ ร้อยละ  40  โดยจะประเมินเป็น  2  ส่วนคือ
1)  ประเมินจากการเข้าร่วมสัมมนาในรายละเอียดดังนี้
-                         การมีส่วนร่วมในการอภิปรายเกี่ยวกับสาระที่ได้ศึกษาจากประมวล
                       สาระชุดวิชา
-                         ผลที่ได้จากการสัมมนาที่ส่งเสริมพฤติกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับประเด็น
                      การสัมมนา และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในแต่ละครั้งของ
                      การสัมมนาเสริม

2)  ประเมินงานที่กำหนดให้ทำ ซึ่งจะประเมินจาก
-                         เนื้อหาสาระ จะพิจารณาจากความถูกต้อง มีความคิดที่เป็นระบบ
          ต่อเนื่อง รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์
-                         การนำเสนอ จะพิจารณาจากวิธีการนำเสนอวิธี การนำเสนอ จะต้องอยู่  
         ในเกณฑ์ดี การนำเสนอที่ตรงตามสาระน่าสนใจ ใช้เวลาเหมาะสมกับ
          เนื้อหาสาระตามเวลาที่กำหนดให้ และการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วม
          สัมมนาได้วิพากษ์วิจารณ์
2.4.2  ประเมินจากการสอบปลายภาคการศึกษาที่  2/2545  ร้อยละ  60  โดยจะประเมินจากการสอบข้อสอบอัตนัยจำนวน  6  ข้อ

3.  รายละเอียดของงาน
งานที่นักศึกษาจะต้องทำในการเรียนชุดวิชา  22713  สารัตถะและวิทยวิธีทางวิชาสังคมศึกษา
มีรายละเอียดดังนี้
3.1 ชิ้นงาน  งานที่นักศึกษาจะต้องทำมี 2 ชิ้น คือ
ชิ้นที่ 1  การสร้างสาระและมาตรฐานการเรียนรู้  ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา
                                           ศาสนา และวัฒนธรรม
                                ขั้นตอน
                                1.  ศึกษาปัญหา
     1.1  สำรวจปัญหา
            ให้สำรวจปัญหาของนักเรียนในชั้นปีที่ท่านสอน หรือ ชั้นปีที่ท่านสนใจจะจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้  โดยสำรวจปัญหาในด้าน
 1)  คุณธรรม  จริยธรรม  และค่านิยมที่พึงประสงค์
 2)  ทักษะกระบวนการคิด
 3)  ทักษะทางสังคม
     1.2  รายงานผลการสำรวจปัญหา  โดยนำเสนอ
1)  วิธีการ  และ เครื่องมือในการสำรวจ
2)  ผลการสำรวจ
     1.3  แนวทางการพัฒนา
นำเสนอแนวทางการพัฒนา คุณธรรมฯ   ทักษะกระบวนการคิด  และทักษะ
ทางสังคม  ในข้อ 1.2)  โดยนำเสนอ
1) วรรณกรรมที่เกี่ยวข้องของแต่ละด้าน ประมาณด้านละ 2 หน้า
2) แนวทางการพัฒนาที่ท่านเลือกในการพัฒนาแต่ละด้าน

2.  การพัฒนาหลักสูตรเพื่อแก้ไขปัญหา

                              2.1 ศึกษาหลักสูตรสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมของช่วงชั้น
ศึกษาหลักสูตรสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของช่วงชั้นที่จะจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางในข้อ 1.3    โดยเลือกสาระหลัก  และมาตรฐานการเรียนรู้ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องมาจัดวางเรียงให้ครบ (มาตรฐาน ส 1.1 - 5.2)
2.2 กำหนดมาตรฐาน ผลการเรียนรู้ และสาระการเรียนรู้ของช่วงชั้น
วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ของช่วงชั้นที่เลือกไว้ในข้อ 2.1  แล้วกำหนดเป็นมาตรฐาน ผลการเรียนรู้ และสาระการเรียนรู้ช่วงชั้นที่สอดคล้องกับแนวทางในข้อ 1.3 
2.3 กำหนดมาตรฐาน  ผลการเรียนรู้ และสาระการเรียนรู้ของชั้นปี
วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ของช่วงชั้นที่กำหนดไว้ในข้อ 2.2  แล้วกำหนดเป็นมาตรฐาน ผลการเรียนรู้ และสาระการเรียนรู้ชั้นปีที่สอดคล้องกับแนวทางในข้อ 1.3
2.4  กำหนดรายวิชา
นำมาตรฐาน ผลการเรียนรู้และสาระการเรียนรู้ในข้อ 2.3 มากำหนดเป็นรายวิชาระดับรายปี /ภาคการศึกษาตามระดับชั้นที่จะจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้  ทั้งนี้จะต้องเป็นรายวิชาที่บูรณาการทั้ง 5 สาระหลัก  โดยนำเสนอ
1)  ชื่อรายวิชา
2)   คำอธิบายรายวิชา
2.5 กำหนดหน่วยการเรียนของรายวิชา
ให้นำรายวิชาที่กำหนดไว้ในข้อ  2.4  มาจัดแบ่งเป็นหน่วยการเรียนแบบบูรณการ  ซึ่งแต่ละหน่วยจะต้องบูรณาการ 5  สาระหลัก  โดยจะต้องมีหน่วยที่มีความยาว  6-8  คาบ  อยู่ด้วย
3.  นำเสนอภาคผนวก  ประกอบด้วย
1)                  แบบสำรวจ
2)                  ผลการสำรวจ

ชิ้นที่  2  การจัดการเรียนการสอนที่นักเรียนเป็นศูนย์กลาง
ขั้นตอน
1.  เลือกหน่วยบูรณาการในงานชิ้นที่  1  ที่ใช้ชั่วโมงการสอนประมาณ  6 - 8 คาบ
เพื่อจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ระดับหน่วย
2.  นำเสนอแผนผังบูรณาการของหน่วยในข้อ  1
3.  เขียนรายละเอียดของแผนการจัดการเรียนรู้ในหัวข้อต่อไปนี้
3.1  ชื่อหน่วยบูรณาการแนวคิด
3.2  จุดประสงค์
3.3  เค้าโครงเนื้อหา
3.4  กิจกรรมการเรียนการสอน โดย
1)    นำนวัตกรรมการเรียนการสอนสังคมศึกษาในปัจจุบันมาใช้ในการจัดกิจกรรม
2)   ระบุว่า กิจกรรมใดพัฒนา  คุณธรรมฯ   ทักษะกระบวนการคิด
ทักษะสังคม
3.5  สภาพแวดล้อม  โดยระบุว่าสภาพแวดล้อมใดพัฒนา  คุณธรรมฯ  ทักษะกระบวนการคิด  ทักษะสังคม
 3.6   สื่อการสอน  โดยระบุว่าสื่อการสอนใดพัฒนา  คุณธรรมฯ  ทักษะกระบวน
การคิด  ทักษะสังคม
3.7    การประเมินผล   โดยระบุว่าการประเมินผลใดพัฒนาคุณธรรมฯ  ทักษะ
กระบวนการคิด  ทักษะสังคม
                                       4.  นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่จัดทำแล้ว มาจัดทำ  “Learning Package”  ซึ่งประกอบด้วยแผนการสอน แผนการเรียน สื่อกิจกรรมและแบบวัดประเมินผล
5.  นำ  “Learning Package”  ที่จัดทำแล้วไปทดลองใช้ในสถานการณ์จริง
                                  6.  เขียนรายงานผลการทดลองใช้อย่างละเอียด โดยนำเสนอ
             1)   กลุ่มตัวอย่าง
             2)   วิธีการ
                                        3)   ผลการทดลอง  ซึ่งประกอบด้วยผลการประเมินก่อนเรียน - หลังเรียน
ของแต่ละด้าน
6.  ปัญหาและข้อเสนอแนะ

หมายเหตุ  จัดทำสำเนาแผนการสอนระดับหน่วย  และรายงานผลการทดลองใช้  “Learning Package”  มา  15  ชุด  ประกอบการสัมมนาเสริม

3.2  การส่งงาน
3.2.1  นักศึกษาจะต้องถือปฏิบัติในกำหนดการส่งงานอย่างเคร่งครัด ดังรายละเอียดต่อไปนี้
1)  งานชิ้นที่  1  ส่งในวันแรกที่เข้ารับการสัมมนาเสริมครั้งที่  1
(  วันที่  1 –2   กุมภาพันธ์  2546)
2)  งานชิ้นที่  2  ส่งในวันแรกที่เข้ารับการสัมมนาเสริมครั้งที่  2
(  วันที่  8  - 9  มีนาคม  2546)
3.2.2  นักศึกษาจะต้องพิมพ์งานลงในกระดาษ A4   โดยให้มีใบปะหน้าตามแบบฟอร์ม 
(ดังแบบ)  และสำเนางานชิ้นละ  15  ชุด  โดยนำมาแจกให้นักศึกษาและอาจารย์ในกลุ่มเพื่อ
การสัมมนาเสริมแต่ละครั้ง

3.3  การเตรียมนำเสนอผลงาน
ในการเสนอผลงานของนักศึกษาในการสัมมนาเสริมควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้
3.3.1   เตรียมสิ่งที่จะนำมาประกอบการเสนอผลงาน เช่น แผ่นใส แผนภูมิ เทปกาว
3.3.2  เตรียมประเด็นที่จะนำเสนอด้วยวาจา และซักซ้อมล่วงหน้าภายในเวลาคนละประมาณ  30  นาที  โดยมีกิจกรรมในรายละเอียดดังนี้
-                   นักศึกษาเสนอผลงานคนละประมาณ  15  นาที
-  ผู้เข้ารับการสัมมนาเสริม อภิปราย ซักถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นประมาณ  10  นาที
-                   อาจารย์ผู้สอนให้ความคิดเห็น  5  นาที
3.3.3  นักศึกษาควรเตรียมตัวเป็นอย่างดี เพื่อตอบประเด็นคำถามที่คาดว่าอาจารย์สัมมนาเสริม และเพื่อนนักศึกษาจะซักถาม เพื่อที่จะสามารถตอบได้อย่างคล่องแคล่ว








                                          ภาคแผนก










แบบฟอร์มใบปะหน้าชิ้นงาน


สาขาวิชา               ศึกษาศาสตร์
แขนงวิชา              หลักสูตรและการสอน
ชุดวิชา                   22713  สารัตถะและวิทยวิธีทางวิชาสังคมศึกษา



งานชิ้นที่  ……..


ชื่องาน  ………………………………………………………..


ภาคการศึกษาที่  2 / 2545





ชื่อนักศึกษา   ……………………………………………………..

เลขประจำตัว  ……………………………………………………

สถานที่เข้ารับการสัมมนาเสริม  ………………………………….



 retrieved from  www.stou.ac.th/Thai/Grad_Stdy/Schools/